1. ใช้บัญชีไม่ตรงกับประเภทของธุรกิจ
หากธุรกิจคุณใช้ระบบบัญชีที่ไม่สอดคล้องกับรูปแบบกิจการ เช่น ร้านค้าเล็ก ๆ แต่ใช้บัญชีแบบบริษัทจำกัด อาจทำให้เสียภาษีในอัตราที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
2. ไม่มีการแยกบัญชีระหว่างส่วนตัวกับธุรกิจ
การใช้บัญชีธนาคารเดียวกันสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวและธุรกิจ อาจทำให้รายการรายรับ-รายจ่ายสับสน ส่งผลให้คำนวณภาษีผิดพลาด
3. ขาดเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี
ไม่มีใบกำกับภาษี ใบเสร็จ หรือหลักฐานค่าใช้จ่ายเพียงพอ อาจทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิหักภาษีได้ครบถ้วน และถูกสรรพากรประเมินภาษีย้อนหลังได้
4. รายงานภาษีไม่ตรงกับรายได้จริง
หากรายงานยอดขายในแบบ ภ.พ.30 (VAT) หรือ ภ.ง.ด. ไม่ตรงกับบัญชีรายได้ที่แท้จริง อาจถือว่าเป็นการยื่นแบบเท็จ ซึ่งมีโทษปรับหนัก
5. ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือบัญชีเลย
การพยายามจัดการภาษีเองทั้งหมดโดยไม่มีความรู้เฉพาะทาง อาจทำให้พลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือเข้าใจผิดในข้อกฎหมาย
ข้อแนะนำ
- จัดเก็บเอกสารทางบัญชีและภาษีอย่างเป็นระบบ: เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของการคำนวณภาษีได้
- ศึกษาและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกฎหมายภาษี: เพื่อให้เข้าใจสิทธิประโยชน์ทางภาษีและปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างถูกต้อง
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี: หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับการเสียภาษี หรือพบปัญหาในการเสียภาษี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อขอคำแนะนำ
ที่มาของข้อมูล : https://www.accrevo.com/articles/item/447


