ค่าขนส่งเรือปี 2026 ทำไมพุ่งไม่หยุด? 5 สาเหตุหลักที่ธุรกิจนำเข้าต้องรู้

สถานการณ์ค่าขนส่งทางเรือ (Freight Rate) ในปี 2026 กลายเป็นมหากาพย์ที่ทำให้ผู้ประกอบการนำเข้าต้องปวดหัวแม้จะมีเรือใหม่ต่อเสร็จเข้าสู่ตลาดมากขึ้น แต่ราคาไม่ได้ปรับลดลงอย่างที่หลายคนคาดการณ์ไว้ (ในบางเส้นทางกลับพุ่งสวนทางด้วยซ้ำ)

 

5 สาเหตุหลัก ที่ทำให้ค่าระวางเรือในปี 2026 ยังคงอยู่ในระดับสูงและผันผวน

1. วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่เรื้อรัง(Geopolitical Gridlock)

  • ปัญหาใน ทะเลแดง (Red Sea) ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปีก่อนๆ ทำให้สายเดินเรือส่วนใหญ่ยังคงเลือกอ้อม แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) แทนการใช้คลองสุเอซ
  • ผลกระทบ : ระยะทางที่เพิ่มขึ้นทำให้เรือต้องใช้เวลาเดินทางนานขึ้น 10-14 วัน และต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นมหาศาล ส่งผลให้ต้นทุนถูกผลักมาที่ค่าระวาง (Surcharge)

2. สงครามภาษีและการเร่งนำเข้า (Tariff War & Front-loading)

  • นโยบายภาษีนำเข้าใหม่ (โดยเฉพาะจากฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป) ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “Front-loading” หรือการที่ผู้นำเข้าแห่สั่งของล็อตใหญ่ล่วงหน้าเพื่อหนีภาษีที่กำลังจะปรับขึ้น
  • ผลกระทบ : ความต้องการพื้นที่บนเรือ (Space) พุ่งสูงขึ้นกะทันหันในบางช่วงเวลา จนเกิดภาวะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในฮับสำคัญอย่างจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

3. การปลดระวางเรือเก่าและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม

  • ในปี 2026 กฎระเบียบด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (เช่น IMO 2023/2024 และมาตรการ Carbon Tax) มีความเข้มงวดขึ้นมาก
  • ผลกระทบ : สายเรือต้องลดความเร็วในการเดินเรือลง (Slow Steaming) เพื่อประหยัดพลังงานและลดมลพิษ รวมถึงมีการปลดระวางเรือเก่าที่ไม่ได้มาตรฐานออกไป ทำให้ “ความสามารถในการขนส่งจริง” (Effective Capacity) ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่าที่ตัวเลขเรือใหม่บอกไว้

4. ปัญหาคอขวดที่ท่าเรือ (Port Congestion 2.0)

  • เมื่อเรือต้องเดินทางอ้อมและตารางเดินเรือ (Schedule Reliability) รวนไปหมด ส่งผลให้เรือหลายลำมาถึงท่าเรือพร้อมกัน (Vessel Bunching)
  • ผลกระทบ : เกิดความแออัดที่หน้าท่า การขนถ่ายสินค้าทำได้ช้าลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่ท่าเรือสูงขึ้น และบางครั้งสายเรือต้องเรียกเก็บค่า Congestion Surcharge เพิ่มเติมจากผู้นำเข้า

5. การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของสายเดินเรือ (Carrier Discipline)

  • สายเดินเรือระดับโลกเริ่มเรียนรู้จากการขาดทุนในอดีต ในปี 2026 พวกเขาหันมาใช้กลยุทธ์ Blank Sailing หรือการยกเลิกเที่ยวเรือในเส้นทางที่มีความต้องการต่ำเพื่อรักษาระดับราคา
  • ผลกระทบ : เป็นการควบคุม Supply ไม่ให้ล้นตลาด (Oversupply) เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาดิ่งเหว ทำให้ค่าระวางยังคงตัวอยู่ในระดับที่พวกเขามีกำไร

 

คำแนะนำสำหรับผู้นำเข้าในปี 2026 การจองเรือล่วงหน้า (Booking) อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ และการทำสัญญาแบบ Fixed Rate ระยะสั้น-กลาง อาจช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา Spot Rate ได้ 

สามารถลงทะเบียนรับคำปรึกษาฟรี กับ CTT Logistic Service & Solution

ที่ : https://bit.ly/3LYFY6Y หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : https://lin.ee/syTgeJV